ตั้งเป็นหน้าแรกของคุณ | ADD TO FAVORITES

ชาวคะฉิ่นในประเทศไทย ยื่นหนังสือกาชาดสากล ให้ช่วยผู้ประสบภัยสู้รบกว่าสองแสนคนที่ต้องทุกข์มรมานจากไร้ที่อยู่และอดอยาก

  เมื่อ: วันจันทร์, มิถุนายน 10th, 2019, หมวด AEC HIGHLIGHTS, ข่าวเด่นวันนี้

10.00 น.10 มิ.ย. 2562 ที่สำนักงานกาชาดระหว่างประเทศ สำนักงานเชียงใหม่ ชุมชนชาวคะฉิ่นในประเทศไทย ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมการกาชาดสากล วิงวอนให้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการสู้รบ120,000 คนที่กำลังอดยาก และสิ้นหวังในชีวิตในรัฐคะฉิ่น ประเทศเมียนมาร์
ก่อนเข้ายื่นหนังสือ ตัวแทนชุมชนชาวคะฉิ่นจำนวนหนึ่งล้มตัวลงนอนกับพื้นต่อหน้าสื่อมวลชนที่มาร่วมสังเกตการณ์ พร้อมป้ายมีข้อความว่า “คนคะฉิ่นล้มตายตรงนี้ แต่ไม่มีใครสนใจ “
ตัวแทนได้อ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้สังคมโลก สนใจผู้ประสบภัยกลุ่มนี้ แถลงการณ์ระบุว่า
“เป็นเวลาหลายสิบปีที่ชนกลุ่มน้อยในเมียนมาร์ รวมทั้งประชาชนคะฉิ่นที่อาศัยทางตอนเหนือของ ประเทศ ต้องทนทุกข์กับความขัดแย้งทางการเมืองและทหาร พวกเขาล้มตาย บาดเจ็บ ทุกข์ทรมาน ถูกละเมิด สิทธิ์ถูกละเมิดชีวิต ถูกปฏิบัติอย่างไร้ค่าในบ้านเกิดของพวกเขาเอง”
“ชนกลุ่มน้อยบางส่วนสามารถหลบหนีภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน หรือไปไกลยังประเทศที่สาม พวกเขา หลบหนีกระจายไปทั่วโลกหลายล้านคน โลกรู้จักพวกเขาดี ในนามโรฮิงยา กะเหรี่ยง ฉาน ตะอาง แต่คะฉิ่นซึ่งประสบชะตากรรมเลวร้ายไม่ต่างกัน กลับไม่สามารถหลบหนีไปที่ใดได้ พวกเขาล้มตายทน ทุกข์ทรมาน บ้านแตกสาแหรกขาด อย่างเงียบงัน ในพื้นที่ที่มีการสู้รบต่อเนื่อง ถูกล้อมกรอบอยู่เช่นนั้นเนิ่นนาน โลกภายนอกไม่สามารถเข้าถึง และการหลบหนีเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ เมื่อพื้นที่ด้านหนึ่งถูกล้อมไว้ด้วยกองทัพ อีกด้านหนึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่เข้มงวด ไม่อนุญาตให้พวกเขาได้หลบภัยใดๆ”


“ ปัจจุบันมีคนคะฉิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบอาศัยในค่ายผู้อพยพ ที่สร้างขึ้นตามมีตามเกิดใน พื้นที่ของพวกเขาเอง กว่า 120,000คน ครึ่งหนึ่งเป็นเด็ก สตรี และคนชรา เด็กที่อายุต่ำกว่า8ขวบ ล้วนเกิดในเตนท์พลาสติก เติบโตอย่างขาดแคลนในเตนท์พลาสติค และหากการสู้รบยังดำเนินต่อไป ที่สุดพวกเขาจะตายไป โดยที่ไม่รู้ว่า”บ้าน”เป็นอย่างไร”
“รัฐคะฉิ่นมีค่ายผู้อพยพในพื้นที่ตนเองกว่า300 แห่ง มากที่สุดในบรรดารัฐชนกลุ่มน้อยทั้งหลาย พวกเขา ทั้งหมดไม่สามารถหลบหนีออกจากพื้นที่ได้โดยสิ้นเชิง พวกเขาจึงไม่มีสิทธิ์กระทั้งจะเป็นผู้อพยพ ไม่มีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเช่นเดียวกับผู้ อพยพจากภัยสงครามทั่วโลก มากไปกว่านั้น ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม จากองค์กรระหว่างประเทศ ถูกกองทัพเมียนมาร์ ห้ามไม่ให้เข้าไปในพื้นที่มาเป็นเวลา8ปีเต็ม ผู้ประสบภัยกว่า 120,000 คน จึงอยู่อย่างแร้นแค้นสาหัส ไร้ ความหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้น การได้กินหมู1ชิ้นในหลายเดือน เป็นฝันที่เด็กคะฉิ่นยากจะเอื้อมถึง”
“เราขอวิงวอนต่อสังคมโลก ต่อเพื่อนร่วมโลก ต่อมนุษย์ร่วมเผ่าพันธุ์เดียวกัน ให้ได้รับรู้ถึงความทุกข์ ทรมานของพวกเขา เราวิงวอนต่อองค์กรมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ทั้งองค์การสหประชาชาติ ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิ มนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ ให้ช่วยเหลือพวกเขาอย่างเร่งด่วน ก่อนที่ภัยจากการสู้รบจะเข่นฆ่าพวกเขาให้ตายลงอย่างช้าๆ และเงียบงัน”

จากนั้นตัวแทนเข้ายื่นหนังสือต่อนายไกสอน เตียวประเสริฐ หัวหน้าสำนักงานเชียงใหม่ คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ ตัวแทนอีกส่วนหนึ่งได้เข้ายื่นหนังสือถึงเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ และข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ที่สำนักงานสหประชาชาติ กรุงเทพมหานครด้วย
ทั้งนี้กองทัพพม่า ปฏิบัติการโจมตีกองทัพคะฉิ่นอิสระในรัฐคะฉิ่นนับแต่ปี 2554 เป็นต้นมา ก่อให้เกิดผู้ประสบภัยจากการสู้รบ120,000คน ที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือทางด้านมนุษยชนจากองค์กรระหว่างประเทศ เนื่องจากรัฐบาลพม่าห้ามมิให้ความช่วยเหลือใดๆเข้าไปในพื้นที่

แท็ก คำค้นหา