ตั้งเป็นหน้าแรกของคุณ | ADD TO FAVORITES

อำนาจ..พูด ผมถูกทหาร 3 คนยิง ไม่เคยโกรธกองทัพ

  เมื่อ: วันพฤหัส, กุมภาพันธ์ 13th, 2020, หมวด AEC HIGHLIGHTS, อำนาจ...พูด

อำนาจ..พูด
ผมถูกทหาร 3 คนยิง ไม่เคยโกรธกองทัพ

เมื่อสิบกว่าปีก่อน ผมถูกกลุ่มทหาร 3 คน เป็นมือปืนรับจ้าง มายิงผม แต่ผมรอดตาย แต่ก็ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป เห็นผู้ชายน่าไม่ไว้วางใจ เดินผ่าน เป็นผวาคิดว่าเป็นมือปืน ผมใช้ชีวิตลำบากมากในช่วงต้นๆ ในขณะที่บาดแผลกระสุนถ่อย ใช้เวลารักษาให้เป็นปกตินานกว่า 6 เดือน
ตำรวจจับกลุ่มมือปืนได้ ล้วนเป็นทหารนักรบ ได้เผชิญหน้าผม บนศาลหลายครั้ง ทุกครั้งจะมีทหารรัฐธรรมนูญพาไป ยศร้อยโท ถึงผมจะถูกทหาร รั้วของชาติกระทำ แต่ผมก็แยกแยะออก ผมไม่ได้โกรธหรือตำหนิ กองทัพบกเลย ที่ดูแลผู้ใต้บังคบบัญชาไม่ดี ปล่อยให้ไปเป็นมือปืนรับจ้าง ผมเข้าใจ กองทัพมีกำลังพลเป็นแสนคน การจะดูแลและควบคุมให้ทั่วถึงคงเป็นไปได้ยาก จึงต้องมีคนดีคนเลวแฝงอยู่ ก็เหมือนกับทุกอาชีพนั้นแหละ แม้แต่อาชีพสื่อมวลชน คนดีก็มาก คนเลวก็เยอะ
เมื่อเข้าใจอย่างนี้ ผมจึงไม่กล่าวหากองทัพ ในคดีของผม และคดีที่โคราช เชื่อว่าผู้บังคับบัญชา ก็คงไม่อยากให้ลูกน้องไปกระทำในสิ่งที่เลวๆ แต่เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้น ผู้บังคับบัญชาจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องรับผิดชอบ แต่ความรับผิดชอบนี้ ก็คงไม่ถึงกับไปด่าทหารทั้งกรมทั้งกอง เนื่องจากจะไปส่งผลกระทบกับคนดี ที่เขาไม่ได้กระทำด้วย
คดีของผมใช้เวลาหลายปี ผลผมแพ้คดี กลุ่มมือปืนชนะ เนื่องจากศาลไม่เชื่อพยาน คือตัวผม จำได้ว่าคำพิพากษาตอนหนึ่ง พยานเมื่อผจญกับเหตุการณ์ เขาปืนมายิง ด้วยเหตุกลัวตาย จึงไม่น่าจะจำหน้ามือปืนได้ ส่วนพยานคนอื่นการให้การกล้าๆกลัวๆลุกลี้ลุกลนจึงเชื่อไม่ได้ จึงยกประโยชน์ให้จำเลย
ผมอุทธรณ์ ว่าการพิจารณาไม่ชอบ เนื่องจากผู้พิพากษาออกนั่งบัลลังก์พิจารณาเพียงคนเดียว ตามหลักการพิจารณาคดีต้อง 2 คน ผมแพ้อีก ผมแพ้คือแพ้ ไม่โกรธเคืองใคร ทหาร 3 คน เป็นผู้บริสุทธิ์ กับ 1 พลเรือน ถึงวันนี้ก็ไม่โกรธทหาร ไม่โกรธกองทัพ
แต่ผมจะเล่าเพิ่มเติม วันหนึ่งมีการแข่งขันฟุตบอลเชื่อมความสามัคคีระหว่างสื่อมวลชน กับหน่วยทหารในพื้นที่ ผมก็ลงแข่งขันด้วย และนายทหารรัฐธรรมนูญร้อยโทคนนั้น ที่ผมกล่าวด้านบน ก็ร่วมแข่งขันด้วย ขณะที่ทีมสื่อมวลชนยืนแถวจับมือกับทีมทหารโดยทีมทหารเป็นฝ่ายเดิน ร้อยโทคนนี้ จับมือกับเพื่อนสื่อมวลชนทุกคน แต่พอมาถึงผม ผมก็ยื่นมือไปจับ แต่ร้อยโทคนนี้ ไม่ยอมจับมือผม เดินผ่านไปหน้าตาเฉย
ผมไม่โกรธเลย และก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เนื่องจากผมไมใช่คู่กรณีกับร้อยโทคนนี้ เขามีหน้าที่ควบคุมผู้ต้องหาที่เป็นทหาร และก็ไปเจอผมที่ศาลทุกครั้ง ผมไม่คิดเลยว่าผู้เป็นจำเลย เพียงเป็นทหารสีเดียวกัน แต่ตกเป็นผู้ต้องหา ในขณะที่ผมเป็นผู้ถูกกระทำ จะไปโกรธผมทำไม ผมไม่ใช่ไปกระทำร้ายทหาร การแยกแยะไม่เป็น เป็นอันตรายอย่างยิ่ง สำหรับผู้ใช้อาวุธ หากเติบโตในหน้าที่ราชการขึ้นคุมกำลัง
คนไม่มีจิตสำนึกเพียงคนเดียว ใจผมก็ตำหนิเพียงคนเดียว และก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้ให้ใครฟัง เก็บไว้คนเดียวมาจนถึงวันนี้ ผมมั่นใจว่ากองทัพบกมีคนดีมาก จึงเข้าใจการปกครองคนหมู่มาก ไม่สามารถที่จะไปสอดส่องกำลังพลทุกคนได้ เหมือนกับทุกอาชีพ คนดีก็มาก คนเลวมีน้อย เพียงไม่กี่คน ก็สามารถสร้างความสั่นสะเทือนให้องค์กรได้ เพียงเข้าใจ ไม่เหมารวม เราก็จะอยู่ร่วมแผ่นดินได้อย่างมีความสุข หากเราเหมารวม ไม่แยกแยะ เราก็ไม่มีความสุข จะทุกข์กับตัวเองไป.

แท็ก คำค้นหา