ตั้งเป็นหน้าแรกของคุณ | ADD TO FAVORITES

หอการค้าอเมริกันชี้ ‘บริษัทสหรัฐฯ’ ส่วนมากปักหลักใน ‘จีน’ ต่อไป

เซี่ยงไฮ้, 10 ก.ย.  — ท่ามกลางกระแสข่าวบริษัทสหรัฐฯ ทยอยโยกย้ายห่วงโซ่การผลิตหรือห่วงโซ่อุปทานออกจากจีน เพื่อตอบสนองต่อข้อวิตกกังวลด้านภูมิศาสตร์การเมือง ภาษีศุลกากร หรือจุดอ่อนของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอุบัติขึ้นระหว่างการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) แต่มีบริษัทสหรัฐฯ เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ดำเนินการโยกย้ายการผลิตออกจากจีน

รายงานจากหอการค้าอเมริกันประจำเซี่ยงไฮ้ (AmCham Shanghai) เมื่อวันพุธ (9 ก.ย.) ระบุว่าบรรดาผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นเจ้าของหรือจัดจ้างการผลิตในจีนกว่า 200 ราย พบร้อยละ 70.6 ไม่ประสงค์จะย้ายการผลิตออกจากจีน ขณะที่ร้อยละ 14 กำลังย้ายการผลิตบางส่วนไปยังประเทศอื่นที่ไม่ใช่สหรัฐฯ และมีเพียงร้อยละ 3.7 ที่ย้ายการผลิตจากจีนกลับสหรัฐฯ

รายงานข้างต้นอ้างอิงผลสำรวจธุรกิจแห่งประเทศจีน (China Business Survey) ปี 2020 ของหอการค้าฯ ซึ่งได้สอบถามสมาชิกหอการค้าฯ 346 รายในปีนี้ด้วยคำถามเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของบริษัท แนวโน้มของเศรษฐกิจ การลงทุน ความท้าทายด้านการดำเนินงาน สภาพการจ้างงาน นโยบายการค้า และภาษีศุลกากร

ร้อยละ 78.2 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าปี 2019 พวกเขาทำกำไรได้สูงกว่าช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเล็กน้อยแม้เกิดความขัดแย้งทางการค้า และผู้ตอบแบบสอบถามเกือบครึ่งหนึ่งระบุว่ารายได้ในจีนของปี 2019 เติบโตสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ ของโลก

รายงานเสริมว่าจีนกำลังกลายเป็นแหล่งทำกำไรที่มีความสำคัญยิ่งขึ้นของบริษัทสหรัฐฯ โดยจำนวนบริษัทที่รายงานต่อสำนักงานใหญ่ในสหรัฐฯ ว่าจีนเป็นแหล่งทำกำไรที่มีนัยสำคัญนั้นเพิ่มขึ้น 9.4 จุด อยู่ที่ร้อยละ 32.1

“โรคโควิด-19 ส่งผลกระทบหนักต่อเศรษฐกิจจีนในช่วงต้นปี 2020 แต่จีนสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบางอุตสาหกรรม” เคอร์ กิบส์ ประธานหอการค้าอเมริกันประจำเซี่ยงไฮ้กล่าว “บรรดาบริษัทอเมริกันยังคงมองว่าตลาดผู้บริโภคของจีนคือโอกาสอันยิ่งใหญ่”

ข่าว/สำนักข่าวซินหัว

แท็ก คำค้นหา