ตั้งเป็นหน้าแรกของคุณ | ADD TO FAVORITES

ICDI ผนึกนักวิชาการ มช.ผุดนวัตกรรมต้นแบบเฝ้าระวังโควิด ป้องกันแรงงานและชุมชน”

  เมื่อ: วันอาทิตย์, สิงหาคม 16th, 2020, หมวด ข่าวเด่นวันนี้

ผศ.ดร.ณพศิษฏ์ จักรพิทักษ์ คณบดีวิทยาลัยนานาชาตินวัตกรรมดิจิทัล, ศ.ดร.สาคร พรประเสริฐ คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์, ผศ.บุญต่วน แก้วปินตา นักวิจัยโครงการผ่อดีดี คณะแพทยศาสตร์ จัดการประชุมสรุปผลการดำเนินงานนวัตกรรมสังคมรูปแบบใหม่ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ “กิจกรรมต้นแบบระบบเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมการระบาดของโควิด-19 สำหรับนิคมอุตสาหกรรม, สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ลำพูน 2019” ภายใต้โครงการจ้างงานประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระยะที่ 2 เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2563 ณ ห้องประชุม ICB1313 อาคารวิทยาลัยนานาชาตินวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  วิทยาลัยนานาชาตินวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีแนวคิดในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุม การระบาดของโควิด-19 สำหรับนิคมอุตสาหกรรมและชุมชนโดยรอบ ในจังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่ โดยผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้สูญเสียรายได้หลักจากการท่องเที่ยว ราว 100,000 ล้านบาทต่อปี ในกรณีการปิดโรงงาน จะทำให้สูญเสียรายได้ราว 100,000 ล้านบาทต่อปี รวมไปถึงการเกษตรกรรมอาหารอีกราว 20,000 ล้านบาทต่อปี พนักงานโรงงานนั้นมีความเสี่ยงที่ต้องเดินทางและปฏิบัติงานกับคนจำนวนมากทุกวัน ส่งผลให้ครอบครัวและชุมชนของพนักงานนั้นมีความเสี่ยงสูง ดังนั้นเพื่อรักษาฐานการท่องเที่ยว งานอุตสาหกรรม และการบริการของภาคเหนือ เพื่อรองรับการเปิดประเทศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่โดยวิทยาลัยนานาชาตินวัตกรรมดิจิทัล คณะเทคนิคการแพทย์ ศูนย์เฝ้าระวังสุขภาพนึ่งเดียว (PODD Centre) และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงได้ร่วมกันจัดทำโครงการนี้ขึ้น

ผศ.บุญต่วน แก้วปินตา นักวิจัยโครงการผ่อดีดี ศูนย์เฝ้าระวังสุขภาพหนึ่งเดียว ชี้แจงว่า แอปพลิเคชันผ่อดีดี (PODD application) เป็นระบบเฝ้าระวังเชิงรุก (Surveillance) เป็นศูนย์เก็บรวบรวมข้อมูลรายงานเหตุผิดปกติในคน สัตว์ สิ่งแวดล้อม ประมวลผลและแจ้งเตือนโดยอัตโนมัติ เพื่อส่งต่อไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น สาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน ปศุสัตว์ เป็นต้น โดยโครงการนี้ ได้เน้นอาสาสมัครในชุมชน (อสม.) จาก 50 ตำบลในจังหวัดลำพูน-เชียงใหม่ ให้ทำการรายงานเหตุผิดปกติทั้งในคน และเฝ้าระวังโควิด-19 

ศ.ดร.สาคร พรประเสริฐ คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์ กล่าวว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ดำเนินการโครงการ อว.สร้างงานระยะที่ 2 ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งวิทยาลัยนานาชาตินวัตกรรมดิจิทัล ได้รับอนุมัติให้เป็นหน่วยงานจ้างงาน สำหรับกิจกรรมต้นแบบเฝ้าระวังฯ จำนวน 50 อัตรา อัตราค่าจ้างเดือนละ 9,000 บาท ระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ ก.ค. – ก.ย. 2563 เพื่อสร้างงานรองรับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตและเสริมศักยภาพให้กับกำลังแรงงานสมัยใหม่ และส่งเสริมการพัฒนาทักษะในการทำงาน โดย อสม. นี้ได้ทำการเฝ้าระวังโรคโควิด-19 และนอกเหนือไปจากนั้นคือการเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกเดงกี (Dengue Fever) และโรคชิคุนกุนยา (Chikungunya) ซึ่งเป็นโรคระบาดในระยะนี้    

ผศ.ดร.ณพศิษฏ์ จักรพิทักษ์ คณบดีวิทยาลัยนานาชาตินวัตกรรมดิจิทัล กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของอุตสาหกรรมนั้น ได้มีความร่วมมือกับโรงงาน 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท ลานนาเกษตรอุตสาหกรรมจำกัด และบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีพนักงานรวมกันกว่า 6,000 คน โดยฝ่ายบริหารงานบุคคลเป็นผู้เฝ้าระวัง และมี อสม. เป็นผู้เฝ้าระวังโรคระบาดในชุมชน โดยใช้แอปพลิเคชันผ่อดีดีในการรายงานเหตุการผิดปกติ ข้อมูลจะถูกส่งต่อไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และสาธารณสุขระดับจังหวัด เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการเชิงนโยบายต่อไป ซึ่งเชื่อว่าความร่วมมือนี้ จะช่วยปกป้องลูกหลาน ครอบครัว ชุมชน ท้องถิ่น ให้มีสุขอนามัยที่ดี สามารถควบคุม ป้องกัน จัดการการระบาด ได้อย่างเหมาะสม รวดเร็ว เพื่อรักษาฐานการผลิตนิคมอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยวได้ต่อไป นอกจากนี้

ผศ.ดร.รุจิรา อุ่นเจริญ รองคณบดีฝ่ายบริหาร วิทยาลัยนานาชาตินวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า วิทยาลัยนานาชาตินวัตกรรมดิจิทัล ได้รับอนุมัติอัตราจ้างงาน 200 อัตรา จำนวน 4 แผนงาน แผนงานละ 50 อัตรา ภายใต้โครงการจ้างงาน อว. ระยะที่ 2 ดังนี้     

1. กิจกรรมการทรัพยากรเพื่อพัฒนาศักยภาพชุชนสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ท่องเที่ยวชุมชนเมืองเชียงใหม่ (Smart Tourism) ซึ่งเป็นการสร้าง Platform ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในชุมชนวัดนันทาราม วัดหมื่นสาร และวัดศรีสุพรรณ ซึ่งเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา ได้มีการเปิดตัวโครงการ ศรีสุพรรณ Unplug ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมท่องเที่ยว ทำบุญกับชุมชนวัวลายทุกสัปดาห   

2. กิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียงเกษตรมูลค่าสูงด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างรายได้ประจำเสริมให้แก่เกษตรกร ซึ่งเป็นการเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อย เพื่อพัฒนาไปสู่ Micro Fintech และนำไปสู่ Smart Farmer 

  3. กิจกรรม ต้นแบบระบบเฝ้าระวัง COVID-19 เป็นการร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ ศูนย์เฝ้าระวังสุขภาพหนึ่งเดียว และวิทยาลัยฯ ในการใช้แอปพลิเคชันผ่อดีดี และจ้างอสม. ในการเฝ้าระวังสถานการณ์ จำนวนการจ้าง 50 อัตรา   

4. กิจกรรมทำป่าชุมชน ธนาคารต้นไม้ (Tree bank) เป็นการสำรวจและเก็บข้อมูลที่ดิน และร่วมกับชุมชนในการพัฒนาป่าไม้ที่ดิน  

แท็ก คำค้นหา