ตั้งเป็นหน้าแรกของคุณ | ADD TO FAVORITES

บทความพิเศษ 31 พฤษภาคม วันงดสูบบุหรี่โลก

  เมื่อ: วันศุกร์, พฤษภาคม 31st, 2024, หมวด AEC HIGHLIGHTS, บทความ, บทความพิเศษ

วันที่ 31 พฤษภาคม ของทุกปี
🚭”วันงดสูบบุหรี่โลก”

วันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปี ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก (World No Tobacco Day) ภายใต้คำขวัญ ‘บุหรี่ไฟฟ้า หยุดโกหกได้แล้ว’ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ภัยจากบุหรี่ไฟฟ้า นอกจากนี้ยังสร้างความตระหนักเกี่ยวกับผลกระทบจากการสูบบุหรี่ที่มีต่อสุขภาพของผู้สูบและคนใกล้ชิด โดยเฉพาะเยาวชนไทยในปัจจุบันซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้าอีกด้วย

❓บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร
บุหรี่ไฟฟ้าเป็นบุหรี่ชนิดหนึ่งแต่มาในรูปแบบใหม่ ซึ่งการทำงานจะแตกต่างจากบุหรี่ธรรมดา โดยจากเดิมบุหรี่ธรรมดาจะเผาไหม้ใบยาสูบทำให้เกิดควัน แต่บุหรี่ไฟฟ้าจะเป็นการใช้ความร้อนทำให้นิโคตินเหลวแล้วระเหยกลายเป็นไอ ผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าจะสูดไอระเหยเข้าไป ทำให้ได้รับนิโคติน จึงนับว่าเป็นการสูบบุหรี่ชนิดหนึ่ง โดยองค์ประกอบของบุหรี่ไฟฟ้า จะมีหลอดที่บรรจุนิโคตินเหลว มีแบตเตอรี่ เมื่อกดสวิตซ์แบตเตอรี่ทำงานทำให้เกิดความร้อน ความร้อนทำให้นิโคตินเหลวระเหยกลายเป็นไอ ดังที่กล่าวมา

❓สารที่อยู่ในบุหรี่ไฟฟ้า มีความแตกต่างจากบุหรี่จริงไหม มีส่วนประกอบอะไรบ้าง
ในความเป็นจริงนั้น สิ่งที่เหมือนกันคือการได้รับนิโคตินในบุหรี่ธรรมดา การผลิตใช้ใบยาสูบซึ่งเวลาเผาไหม้ก็จะเกิดสารที่เป็นน้ำมันดิน หรือเรียกว่าทาร์ ที่ทำให้เกิดโรคปอดต่างๆ สารจำพวกคาร์บอนมอนอกไซด์ที่คล้ายควันพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ก็อยู่ในควันบุหรี่ สูดแล้ว ทำให้มึนงง และยังมีสารพิษอีกหลากชนิดที่เป็นสารก่อมะเร็ง

สำหรับบุหรี่ไฟฟ้าจะไม่ได้เกิดการเผาไหม้ใบยาสูบ แต่ก็จะมีสารประกอบอื่น การได้รับสารนิโคตินไม่ว่าจะสูบบุหรี่ชนิดใด ได้รับเหมือนกัน บุหรี่ไฟฟ้ามีสารจำพวกพวกโพรไพลีนไกลคอล และกลุ่มของกลีเซอรีน ที่ทำให้เกิดไอขึ้นมา แต่สารกลุ่มนี้ทำให้เกิดอันตราย เพราะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุของดวงตา ทำให้เกิดปอดอักเสบ และที่สำคัญยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าสามารถนำมาใช้ในรูปแบบที่เป็นไอน้ำจะปลอดภัยหรือไม่ และยังมีสารจำพวกตะกั่วที่อยู่ในไอระเหยมีโลหะหนักปนอีกด้วย

บุหรี่ไฟฟ้าอาจจะไม่มีควันเหมือนบุหรี่ธรรมดา แต่มีไอระเหยซึ่งมีสารพิษและสารโลหะหนักอยู่ด้วย รวมถึงสารปรุงแต่งกลิ่น ทำให้เกิดสี เกิดรส ส่วนใหญ่นำมาใช้ในรูปแบบไอ ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าปลอดภัยหรือไม่

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ธรรมดาล้วนได้รับอันตรายทั้งคู่ และบุหรี่มวนได้รับการพิสูจน์ และวิจัยมานานว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง แต่สารอื่นๆ ที่เกิดจากการสูบบุหรี่ที่เราได้รับก็คือพวกนิโคติน ทำให้เสพติดแล้วมีผลต่อโรคของระบบหลอดเลือดและหัวใจ ส่วนสารอื่นๆ ที่อยู่ในบุหรี่ไฟฟ้าก็เป็นต้นเหตุของการเกิดโรคมะเร็งได้เช่นเดียวกัน พบว่าบุหรี่ไฟฟ้า มีสารนิโคตินในปริมาณมาก และซึมเข้ากระแสเลือดได้เร็วมาก และขับออกทางปัสสาวะ ทำให้มีโอกาสเกิดโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะมากกว่าในผู้ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า นิโคตินเหลวที่นำใช้ในบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสารสังเคราะห์ และเครื่องมือที่ใช้ในการสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีการพัฒนาให้ผู้สูบสามารถกำหนดปริมาณที่ต้องการได้ ซึ่งถือว่าอันตรายมาก เพราะอาจทำให้ได้รับนิโคตินที่สูงมากในเวลาสั้นๆ และเมื่อได้รับในปริมาณที่สูง อันตรายที่เกิดขึ้นก่อนคือผลต่อระบบหัวใจหลอดเลือดเกิดขึ้นเร็ว เช่นอาจจะทำให้เกิดเรื่องของหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เป็นพิษต่อปอดเฉียบพลัน ไอระเหยของนิโคตินเหลวมีอนุภาคที่เล็กมาก จึงทำให้เยื่อบุปอดอักเสบและเกิดอาการเป็นพิษต่อปอดได้เร็ว เราเรียกว่าเกิดภาวะ “ ACUTE LUNG INJURY” ทำให้ปอดถูกทำลาย และนอกจากนี้ผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่ไฟฟ้าเมื่อได้รับไอระเหยเหมือนได้รับไอระเหยมือสองด้วย สรุปคือมีสารอันตรายเหมือนกันหมด เพราะนิโคตินเป็นสารเสพติดรุนแรง

การเปรียบเทียบสารเสพติดมีการจัดลำดับโดยผู้เชี่ยวชาญ นิโคตินถูกจัดเป็นสารเสพติดที่มีอำนาจการเสพติดสูงพอๆ กับสารกระตุ้นประเภท Methamphetamine หรือยาบ้า ดังนั้นเมื่อผู้สูบบุหรี่ติดบุหรี่ เกิดจากการติดนิโคติน เมื่อเสพติดแล้วจะทำให้เกิดการเสพทั้งร่างกายและจิตใจ โดยทั่วไปทางร่างกายจะมาก่อนเพราะว่าสารเสพติดออกฤทธ์ที่สมอง บุหรี่เป็นสารกระตุ้นทำให้รู้สึกให้กระปรี้กระเปร่า มีสมาธิ ไม่เครียด เพราะฉะนั้นเมื่อขาดบุหรี่ก็จะต้องการสารนั้นอีก การเสพติดยังเกี่ยวข้องกับสภาพจิตใจและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกันในช่วงเวลาที่เสพติดด้วย แต่เมื่อสูบหรือเสพติดเป็นเวลานาน จะมีผลเสียตามมา ในความเป็นจริงเราทุกคนสามารถหาวิธีการคลายเครียดได้หลายวิธีโดยไม่จำเป็นต้องสูบบุหรี่

🔸ข้อแนะนำเลิกบุหรี่
บุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่ทางเลือก ผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่อย่าได้คิดลอง กำจัดความเสี่ยงโดยไม่ยุ่งกับบุหรี่ สำหรับผู้มีความตั้งใจอยากเลิกบุหรี่ ดูแลรักษาสุขภาพร่างกาย เรื่องการรับประทานอาหาร ออกกำลังกายเพื่อเตรียมสภาพร่างกายและจิตใจ เมื่อมุ่งมั่นได้แล้ว ให้กำหนดวัน กำหนดเป้าหมายว่าอยากจะเลิกเพราะอะไร หลังจากที่มั่นใจแล้ว กำจัดความเสี่ยงโดยการเอาออกไปให้ไกลสายตาไม่ต้องเอามาเผื่อไว้ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เคยกระตุ้นให้เราเคยชิน ต้องใจแข็ง เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ ดื่มกาแฟ หรืออะไรที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ หากเครียดมากอย่าหมกมุ่นพยายามผ่อนคลาย และควรออกกำลังกายเพราะเมื่อเลิกสูบบุหรี่ระยะแรก อาจจะรู้สึกว่าอยากอาหารเพิ่มขึ้น การออกกำลังกายจึงช่วยผ่อนคลายและควบคุมน้ำหนัก และเมื่อตั้งใจให้ลงมือทำ อย่าคิดท้าทายกลับไปลองใหม่ ถ้าพยายามแล้วรู้สึกว่าเลิกยากให้มาพบผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับคำปรึกษาหรือมองหาทางเลือกในการใช้ยาช่วยเลิกบุหรี่ ที่สำคัญอย่าลืมหากำลังใจที่จะช่วยทำให้เราเลิกได้สำเร็จ

📞สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกเลิกบุหรี่ โครงการสวนดอกปลอดบุหรี่ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ หมายเลขโทรศัพท์ 053-93-5755

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :รศ.พญ.สุรินทร์พร ลิขิตเสถียร รองคณบดีและอาจารย์ประจำภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และประธานสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ จังหวัดเชียงใหม่

ติดตามผ่านทาง Facebook : https://cmu.to/6fk1n

เรียบเรียง : นางสาวนันทพร ระบิน
ภาพ / ข่าว : กลุ่มงานสื่อสารองค์กร
งานประชาสัมพันธ์
คณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

แท็ก คำค้นหา