ตั้งเป็นหน้าแรกของคุณ | ADD TO FAVORITES

นักวิจัยพัฒนา ‘สารประกอบเคมี’ สกัดโควิด-19 ดีกว่าเรมเดซิเวียร์

  เมื่อ: วันพุธ, ตุลาคม 13th, 2021, หมวด AEC HIGHLIGHTS, ข่าวทั่วไป, ข่าวเด่นวันนี้, ต่างประเทศ, สังคม
(แฟ้มภาพซินหัว : สวนสาธารณะเอ็มไพร์ ฟุลตัน เฟอร์รี ในเขตบรุกลิน นครนิวยอร์กของสหรัฐฯ วันที่ 2 ต.ค. 2021)

คณะนักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ในเมืองเซนต์หลุยส์ของสหรัฐฯ ได้พัฒนาสารประกอบทางเคมีที่ชื่อ “เอ็มเอ็ม3122” (MM3122) ซึ่งมุ่งเป้าไปที่ทรานส์เมมเบรน (TMPRSS2) อันเป็นโปรตีนหลักในร่างกายมนุษย์ และเป็นโปรตีนที่เชื้อไวรัสโคโรนาเข้าควบคุมเพื่อบุกรุกและแพร่เชื้อใส่เซลล์ของมนุษย์

คณะนักวิจัยศึกษาเซลล์ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) ที่เติบโตในห้องทดลอง และพบว่าเอ็มเอ็ม3122 สามารถปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากเชื้อไวรัสฯ ได้ดีกว่ายาเรมเดซิเวียร์ (remdesivir) ซึ่งได้รับอนุมัติโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ (FDA) เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

ผลการทดสอบความปลอดภัยแบบเฉียบพลันพบว่าสามารถให้สารประกอบข้างต้นกับหนูทดลองในปริมาณมากเป็นเวลา 7 วัน โดยไม่พบปัญหาใหญ่แต่อย่างใด โดยคณะนักวิจัยพบว่าสารประกอบตัวนี้มีประสิทธิภาพต่อต้านเชื้อไวรัสโคโรนาของโรคซาร์ส (SARS-CoV) และเชื้อไวรัสโคโรนาของโรคเมอร์ส (MERS-CoV) เช่นกัน

“สารประกอบที่เรากำลังพัฒนานี้ป้องกันเชื้อไวรัสฯ เข้าสู่เซลล์ เรากำลังศึกษาช่วงเวลาและปริมาณที่เหมาะสมต่อการให้โมเลกุลกับหนูเพื่อปกป้องพวกมันจากโรค” เจมส์ ดับบลิว เจเน็ตกา ผู้เขียนอาวุโสและศาสตราจารย์ด้านชีวเคมีและชีวฟิสิกส์โมเลกุลกล่าว “เป้าหมายของเราคือพัฒนาโมเลกุลให้กลายเป็นตัวยับยั้งที่สามารถรับประทานได้ เพื่อเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการยับยั้งโรคโควิด-19”

เจเน็ตกาและคณะทำงานกำลังประสานงานกับคณะนักวิจัยจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH) เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของเอ็มเอ็ม 3122 ด้านการรักษาและป้องกันโรคโควิด-19 ในสัตว์ทดลองอื่นๆ.อนึ่ง ผลการศึกษาข้างต้นได้รับการเผยแพร่ผ่านวารสารพีเอ็นเอเอส (PNAS) ของสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (11 ต.ค.) ที่ผ่านมา

ที่มาสำนักข่าว xinhua ในความร่วมมือ สำนักข่าวภาคเหนือ

ติดตามข่าวสารอื่นๆได้ที่website : www.phaknuadaily.com

ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ Email:phaknua56@gmail.com

#SARSCoV2#remdesivir#COVID19#โควิด19#สำนักข่าวภาคเหนือ#xinhua#PNAS#FDA

แท็ก คำค้นหา