ตั้งเป็นหน้าแรกของคุณ | ADD TO FAVORITES

ผลประโยชน์ที่ชาวลุ่มน้ำยวมจะได้รับจากโครงการเพิ่มน้ำเขื่อนภูมิพล

  เมื่อ: วันอาทิตย์, กันยายน 26th, 2021, หมวด AEC HIGHLIGHTS, ข่าวทั่วไป, ข่าวเด่นวันนี้, บทความพิเศษ, สังคม

ในฤดูฝน แม่น้ำยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน มักมีน้ำมากไหลทิ้งไปโดยไม่ก่อประโยชนให้คนไทย กรมชลประทานจึงจะนำน้ำที่เกินนี้ไปเติมให้เขื่อนภูมิพลที่แล้งมาเกือบ 10 ปี เขื่อนน้ำยวมจะสร้างขึ้นเหนือจุดบรรจบแม่น้ำเมยทางด้านเหนือน้ำประมาณ 13.8 กิโลเมตร มีความจุประมาณ 69 ล้านลูกบาศก์เมตร และอุโมงค์ส่งน้ำ ขนาด 8.1- 8.3 เมตร ความยาวประมาณ 62 กิโลเมตร ไปเติมเหนือเขื่อนภูมิพลบริเวณอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนคนในลุ่มน้ำยวมก็จะได้ประโยชน์หลายด้าน เช่น รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการท่องเที่ยวและการประมง

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จะได้รับความเป็นธรรมในเรื่องค่าชดเชยที่ดินหรือบ้านเรือนที่อาจได้รับผลกระทบ จากการก่อสร้างเขื่อนน้ำยวม ที่มีพื้นที่น้ำท่วมและที่ตั้งของสถานีสูบน้ำ และสถานที่กองวัสดุจากการขุดเจาะอุโมงค์ โดยจะมีผู้ว่าราชการจังหวัด 3 จังหวัด คือ จังหวัดเชียงใหม่ ตาก และแม่ฮ่องสอน เป็นคณะกรรมการกำหนดหลักเกณท์และราคา และจะมีคณะอนุกรรมการอีกชุดหนึ่ง ที่มีนายอำเภอในพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด เป็นผู้กำหนดรายละเอียดลงพื้นที่สำรวจร่วมกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อดำเนินการจ่ายค่าชดเชยให้ได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรม ในขณะที่น้ำบางส่วนสามารถสูบเข้ามาช่วยเหลือประชาชนบริเวณที่อยู่ใกล้ๆ โครงการได้ เช่น ทางออกอุโมงค์แม่งูด ส่วนบริเวณเขื่อนน้ำยวม ในอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอนจะ        มีการพัฒนาด้านการประมงเพื่อให้ประชาชนสามารถทำการประมงพื้นบ้านได้ดียิ่งขึ้น  

เฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน

“เราจะดำเนินการร่วมกับกรมประมง หรือท้องถิ่นในเรื่องการเสริมพันธุ์ปลา ที่จะนำมาปล่อยและดูแลให้มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งจะมีการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว โดยจุดนี้เป็นจุดแม่น้ำ 2 สี ที่มาบรรจบกัน ผมคิดว่าเมื่อเส้นทางการคมนาคมสะดวกขึ้นเมื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการ ประชาชนก็จะเข้าไปท่องเที่ยวไปได้สะดวกมากขึ้นครับ” รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าว

เชิญชมสารคดีชุดโครงการเพิ่มน้ำให้เขื่อนภูมิพล ตอนที่ 2  “ผลประโยชน์ที่ชาวลุ่มน้ำยวมจะได้รับจาก โครงการเพิ่มน้ำเขื่อนภูมิพล”

ภาษาไทย https://youtu.be/sgRSNGocIaQ

ภาษาปกากะญอ https://youtu.be/WAwOhY870qQ

ความอุดมสมบูรณ์ที่จะเกิดขึ้นนี้คล้ายคลึงกับเมื่ออ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรเริ่มเก็บน้ำได้ ชาวตำบลแก่งดินสอ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ที่เสียสละที่ดินเพื่อก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแห่งนี้  กลับมีอาชีพใหม่ด้วยการหาปลา ที่สามารถจับได้อย่างมาก จนสามารถสร้างรายได้ที่ดีขึ้นกว่าเดิมจาก ด้วยแปรรูปปลา

นางจารุนันท์ ศรีพลเรือน ชาวบ้านหมู่ 12 บ้านแก่งใหญ่ ต.แก่งดินสอ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรีบอกว่า ช่วงแรกที่จะถูกเวนคืนที่ดิน ก็กังวลใจเพราะไม่อยากย้ายจากถิ่นฐานเดิม ต่อมาเมื่อได้รับเงินชดเชยก็นำเงินมาสร้างบ้านใหม่ ต่อมาชาวบ้านก็ไปช่วยกันจับปลาและแปรรูปขายตามที่ได้รับการส่งเสริมก่อให้เกิดรายได้ให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก

“พอชลประทานเขาปิดเขื่อน มีน้ำก็มีปลาเยอะ พอเขาส่งเสริมอาชีพเราก็มาทำปลากันค่ะ ออกไปจับปลาก็จะได้ครั้งละ 30-50 กิโลกรัม บางคนก็ได้ครั้งละ 100 กิโลกรัม รายได้จะประมาณคนละ 700-1,000 บาทขึ้นไป รายได้ดีกว่าเดิมเพราะขายปลาได้เงินทุกวัน แต่ก่อนทำการเกษตรปลูกมันสำปะหลังปีหนึ่ง ก็ได้เงินแค่หนเดียว” นางจารุนันท์กล่าว

วิเชียร เหลืองอ่อน ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานฤบดินทรจินดา

ส่วนนายวิเชียร เหลืองอ่อน ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานฤบดินทรจินดา บอกว่าอ่างเก็บน้ำแห่งนี้เริ่มเก็บน้ำมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 และสร้างความชุ่มชื้นให้กับผืนป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน และอุทยานแห่งชาติปางสีดา ซึ่งเป็นที่ตั้งของอ่างเก็บน้ำ รวมทั้งเป็นแนวกันชนป้องกันการบุกรุกทำลายป่า และเป็นแหล่งประมงน้ำจืดขนาดใหญ่ของจังหวัดปราจีนบุรี

“ก่อนเกิดอ่างเก็บน้ำ ชาวบ้านจับปลาในแควเพื่อการยังชีพเท่านั้น แต่หลังจากมีอ่างเก็บน้ำก็อุดมไปด้วยปลาเล็กใหญ่มากมายหลายสายพันธุ์ ปลาที่เคยจับได้มากที่สุดตามข้อมูลของสหกรณ์ห้วยโสมง มีปริมาณมากถึง 3 ตันต่อวัน สร้างรายได้ให้ชาวบ้านวันละกว่าแสนบาท” ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานฤบดินทรจินดากล่าว

รายได้ที่ดีขึ้นของชาวตำบลแก่งดินสอ จะเกิดขึ้นกับชาวบ้านในลุ่มน้ำยวมหลังเกิดเขื่อนน้ำยวมเช่นกัน พร้อมๆกับน้ำที่เพิ่มขึ้นในเขื่อนภูมิพลประมาณ 1,800 ล้านลูกบาศก์เมตร ก็จะช่วยให้เกษตรกรภาคกลางปลูกพืชฤดูแล้งเพิ่มได้กว่า 1 ล้าน 6 แสนไร่ มีน้ำอุปโภค-บริโภคเพิ่มขึ้นปีละ 300 ล้านลูกบาศก์เมตรและเพิ่มพลังงานไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าเขื่อนภูมิพล ปีละ 417 ล้านหน่วย ความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำจะเกิดขึ้นกับลุ่มน้ำปิงท้ายเขื่อนภูมิพลและลุ่มน้ำเจ้าพระยามากขึ้นกว่าเดิม

แท็ก คำค้นหา