ตั้งเป็นหน้าแรกของคุณ | ADD TO FAVORITES

เปิดฉากฤดูกาลล่า “ทางช้างเผือก” ยามเช้า

  เมื่อ: วันอังคาร, มีนาคม 1st, 2022, หมวด AEC HIGHLIGHTS, Even, ข่าวทั่วไป, ข่าวประชาสัมพันธ์, บันเทิง, สังคม

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เผยตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ในช่วงเช้าก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น สามารถเริ่มสังเกตเห็นใจกลางทางช้างเผือกได้ ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างกลุ่มดาวคนยิงธนูกับกลุ่มดาวแมงป่อง สังเกตด้วยตาเปล่าได้ ทุกภูมิภาคของไทยในบริเวณมืดสนิทไร้แสงเมืองรบกวน

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการดาราศาสตร์ สดร. เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่ดีที่สุดสำหรับการเริ่มต้นถ่ายภาพ “ใจกลางทางช้างเผือก” เนื่องจากตำแหน่งใจกลางทางช้างเผือกจะอยู่ขนานกับขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงเช้ามืด เริ่มสังเกตได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 04:00 น. เป็นต้นไป ปรากฏอยู่ระหว่างกลุ่มดาวคนยิงธนูกับกลุ่มดาวแมงป่อง มองเห็นได้เด่นชัดด้วยตาเปล่าในพื้นที่มืดสนิทไร้แสงรบกวน มีเวลาเก็บภาพทางช้างเผือกประมาณ 1-2 ชั่วโมง ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น ถือเป็นการเริ่มต้นฤดูกาล ออกล่าทางช้างเผือกยามเช้า สำหรับปีนี้ ยังมีดาวเคราะห์สว่างโดดเด่นให้ชมอีก 2 ดวงในช่วงเช้ามืด ได้แก่ ดาวศุกร์ และดาวอังคาร สังเกตได้บริเวณด้านซ้ายล่างของใจกลางทางช้างเผือก หลังจากนั้นเราจะสังเกตเห็นทางช้างเผือกได้เร็วขึ้นเรื่อย ๆ แนวใจกลางทางช้างเผือกจะปรากฏอยู่สูงจากขอบฟ้ามากขึ้น จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงปลายเมษายน แนวใจกลางทางช้างเผือกจะเปลี่ยนทิศทางเป็นแนวพาดบริเวณกลางฟ้า ช่วงนี้จะสังเกตเห็นได้ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป สามารถชื่นชมความสวยงามและบันทึกภาพทางช้างเผือกได้ยาวนานขึ้น

“ทางช้างเผือก” เป็นวัตถุท้องฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดเมื่อมองจากโลก มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เป็นแถบสว่างพาดเป็นแนวยาวกลางฟ้า ตั้งแต่ทิศเหนือจรดทิศใต้ ส่วนที่สว่างที่สุดของทางช้างเผือกคือ “ใจกลางทางช้างเผือก” (Galactic Center) ประกอบด้วยวัตถุท้องฟ้ามากมาย อาทิ ดาวฤกษ์ กระจุกดาว เนบิวลา เป็นต้น แนวใจกลางทางช้างเผือกอยู่ระหว่างกลุ่มดาวคนยิงธนูและกลุ่มดาวแมงป่อง ปรากฏบนท้องฟ้าในตำแหน่งที่เฉียงไปทางใต้ และเนื่องจากใจกลางทางช้างเผือกอยู่ในบริเวณกลุ่มดาวทางซีกฟ้าใต้ ทางตอนใต้ของไทยจึงมองเห็นแนวใจกลางทางช้างเผือกอยู่สูงจากขอบฟ้ามากกว่าภูมิภาคอื่น ส่งผลให้ชาวใต้มีโอกาสสังเกตเห็นทางช้างเผือกได้ชัดเจนมาก.ในแต่ละปี ช่วงเวลาที่สังเกตทางช้างเผือกได้ดีที่สุด คือช่วงปลายเดือนเมษายน-ต้นตุลาคม จะสังเกตเห็นใจกลางทางช้างเผือกอยู่ในตำแหน่งกลางท้องฟ้าเกือบตลอดทั้งคืน หากแต่ในประเทศไทยตรงกับช่วงฤดูฝนพอดี จึงมักมีอุปสรรคเรื่องเมฆและฝนตก แต่หากท้องฟ้าเปิดไม่มีเมฆฝนก็จะเป็นโอกาสดีที่สุดของการถ่ายภาพทางช้างเผือกในรอบปี หลังจากนั้นในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน เป็นช่วงต้นฤดูหนาว อุปสรรคเรื่องเมฆฝนจะเริ่มน้อยลง จะสังเกตเห็นทางช้างเผือกได้ในช่วงหัวค่ำทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

สำหรับผู้ที่สนใจถ่ายภาพทางช้างเผือก ควรหาสถานที่บริเวณทิศตะวันออกเฉียงไปทางใต้เล็กน้อย เป็นพื้นที่มืดสนิทไม่มีแสงรบกวน ตั้งกล้องโดยหันหน้ากล้องไปที่ใจกลางทางช้างเผือก เลือกใช้เลนส์มุมกว้างเพื่อให้ได้องศาการรับภาพที่กว้าง ปรับระยะโฟกัสของเลนส์ที่ระยะอนันต์ ใช้รูรับแสงที่กว้างที่สุด และตั้งค่าความไวแสงสูงตั้งแต่ 1600 ขึ้นไป นายศุภฤกษ์ กล่าวปิดท้าย

สามารถ download ภาพทางช้างเผือกเพิ่มเติมได้ที่ www.shorturl.at/xMQR2

งานประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) โทร. 053-121268-9 ต่อ 210-211 , 081-8854353 โทรสาร 053-121250 E-mail: pr@narit.or.th Website : www.narit.or.th Facebook : www.facebook.com/NARITpageTwitter : @NARIT_Thailand, Instagram : @narit_thailand

ติดตามข่าวสารอื่นๆได้ที่website : www.phaknuadaily.com

ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ Email:phaknua56@gmail.com

#สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ#NARITThailand#ดาราศาสตร์#ใจกลางทางช้างเผือก#ทางช้างเผือก#สำนักข่าวภาคเหนือ

แท็ก คำค้นหา