ตั้งเป็นหน้าแรกของคุณ | ADD TO FAVORITES

โครงการผันน้ำยวมเพิ่มน้ำเขื่อนภูมิพล-แก้ปัญหาภัยแล้งลุ่มน้ำเจ้าพระยา

          แม่น้ำยวม มีต้นกำเนิดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไหลลงสู่แม่น้ำเมยและแม่น้ำสาละวินในประเทศเมียนมาร์ออกสู่ทะเล ทุกปีแม่น้ำยวมมีน้ำมากและหลายครั้งมีน้ำมากจนเข้าท่วมหมู่บ้านต่างๆในฤดูน้ำหลาก กรมชลประทานจึงวางแผนว่า จะสร้างเขื่อนน้ำยวมขึ้นเพื่อยกระดับน้ำให้สูงขึ้นและผันน้ำบางส่วนในฤดูฝนผ่านอุโมงค์ส่งน้ำใต้ดินไปให้กับแม่น้ำปิงที่ไหลลงเขื่อนภูมิพล เพื่อแก้ปัญหาน้ำไหลเข้าเขื่อนภูมิพลน้อยลงกว่าในอดีตอย่างมาก และส่งผลให้เกิดภัยแล้งในที่ราบลุ่มภาคกลางอย่างต่อเนื่อง

          นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทานชี้แจงว่า การผันน้ำจากแม่น้ำยวมไปลงสู่แม่น้ำปิงในฤดูฝนจะไม่ส่งผลกระทบกับประชาชนในลุ่มน้ำยวม เพราะเป็นน้ำส่วนเกินที่จะไหลออกสู่ทะเล การผันน้ำส่วนนี้มีเติมเขื่อนภูมิพลจึงมีความเหมาะสม

“พื้นที่ป่าตรงนี้มีความอุดมสมบูรณ์ดีมากนะครับ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยติดชายแดนเมียนมาร์ค่อนข้างจะดีมาก น้ำท่าก็มาก ปีหนึ่งประมาณ 3,000-4,000 ล้านลบ.ม. ทั้งแม่น้ำเมย แม่น้ำยวม แม่น้ำสาละวิน โดยแม่น้ำสาละวินยิ่งมีน้ำมากประมาณ 6,000-7,000 ล้าน ลบ.ม. ตัวเลขนี้เยอะมาก และปริมาณน้ำคงที่ ในปีที่น้ำน้อยที่สุด ก็ยังมีน้ำประมาณ 3,000 ล้านลบ.ม. เพราะฉะนั้นถือว่าเราเอาไปแค่เป็นบางส่วน และผลกระทบที่แม่น้ำยวมนี้ ที่เราจะไปทำเขื่อนน้ำยวมขึ้นมา เวลาเกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมจะหนักมากครับ น้ำเกินที่จะใช้ประโยชน์ และสร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นการสร้างเขื่อนน้ำยวมจะทำให้บริหารจัดการน้ำได้ และนำน้ำส่วนหนึ่งไปเติมให้กับเขื่อนภูมิพล” รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าว

ขณะที่ผศ.ดร.มงคลกร ศรีวิชัย หัวหน้าศูนย์วิศวกรรมสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ที่เดินทางไปสำรวจพื้นที่สร้างเขื่อนน้ำยวมบอกว่า

ภูมิประเทศที่จะก่อสร้างเขื่อนน้ำยวมมีความเหมาะสม เพราะพื้นที่การเพาะปลูกไม่มาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ภูเขาสูงและพื้นที่ป่า การก่อสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำยวมและผันน้ำส่วนเกินไปให้เขื่อนภูมิพล           จะส่งผลดีมากกว่าการปล่อยให้ทรัพยากรน้ำที่มีคุณค่าไหลลงสู่แม่น้ำเมยและแม่น้ำสาละวิน โดยไม่ได้ใช้ประโยชน์

“เนื่องจากสภาวะภัยแล้งที่เกิดขึ้นสะสม การผันน้ำข้ามลุ่มน้ำ ก็ถือว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญนะครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจะต้องคิดตามมา ก็คือการที่เราจะผันน้ำข้ามลุ่มน้ำ เราต้องสูบน้ำขึ้นมาสูงกว่า 150 เมตร แล้วก็ปล่อยลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก ทำให้มีต้นทุนมูลค่าน้ำที่สูงขึ้น จึงควรนำไปใช้ประโยชน์ให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจให้มากขึ้นกว่าเดิม” ผศ.ดร.มงคลกรกล่าว

          ขณะที่ข้อมูลของกรมชลประทานระบุว่า โครงการนี้จะส่งผลดีทั้งในด้านการเกษตรสามารถปลูกพืชฤดูแล้งได้กว่า 1 ล้าน 6 แสนไร่ เพิ่มน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคได้ปีละกว่า 300 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำาเขื่อนภูมิพลเฉลี่ย 417 ล้านหน่วยต่อปี รวมทั้งยังช่วยสร้างรายได้ให้ทั้งการประมง และการท่องเที่ยวได้ในหลายพื้นที่อีกด้วย

https://www.youtube.com/watch?v=yuMGBVfbTSk&t=46s

                                       —————————————————–

แท็ก คำค้นหา