ตั้งเป็นหน้าแรกของคุณ | ADD TO FAVORITES

ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ (ธปท. สภน.) ได้จัดงานสัมมนาทางวิชาการ ประจำปี 2565 “Moving beyond the curve : ก้าวข้ามความท้าทาย สู่อนาคตเศรษฐกิจการเงินใหม่ภาคเหนือ”

  เมื่อ: วันจันทร์, พฤศจิกายน 14th, 2022, หมวด AEC HIGHLIGHTS, ข่าวเด่นวันนี้, ธุรกิจ, เศรษฐกิจ

ในวันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2565 เวลา 08.30-12.00 น. ณ อาคารอเนกประสงค์ ธปท. สภน. จ.เชียงใหม่ เพื่อให้ภาคธุรกิจและประชาชนในภาคเหนือได้รับทราบทิศทางเศรษฐกิจการเงินและนโยบาย ธปท. รับฟังมุมมองเกี่ยวกับอนาคตเศรษฐกิจภาคเหนือ และแนวทางปรับตัวเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาทั้งภาคธุรกิจ การเงิน การศึกษา ภาคราชการ และประชาชนทั่วไปประมาณ 200 คน

ในงานได้รับเกียรติจาก ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย แสดงปาฐกถาพิเศษในช่วงสนทนากับผู้ว่าการ เรื่อง “ก้าวข้ามความท้าทาย วางนโยบายสู่อนาคต” ฉายภาพเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง คาดว่าอัตราการขยายตัวปี 2565 อยู่ที่ 3.3% และปี 2566 ที่ 3.8% ตามรายได้แรงงานปรับดีขึ้น และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว เช่นเดียวกับเศรษฐกิจภาคเหนือที่ทยอยฟื้นตัว แต่ช้ากว่าประเทศ โดยมีความท้าทายที่ต้องก้าวข้าม ทั้งปัญหาเชิงโครงสร้างที่ภาคเหนือพึ่งพิงภาคเกษตรสูง มีประชากรสูงวัยที่สุดในประเทศ และยังไม่ได้ประโยชน์จากการค้ากับเพื่อนบ้านได้อย่างเต็มที่ แนวทางพัฒนาต้องสร้างความเติบโตของสังคมเมือง (urbanization) ในภาคเหนือให้มากขึ้น เพื่อดึงดูดแรงงานรุ่นใหม่ให้อยู่ในพื้นที่เป็นพลังพัฒนาในระยะยาว สร้างชนชั้นกลางเพิ่มเพื่อเป็นกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจเช่นตัวอย่างในต่างประเทศ เพราะความมั่งคั่งมาจากสังคมเมืองที่เติบโต ด้านนโยบายการเงิน ธปท. ได้ปรับเพื่อ smooth takeoff เป้าหมายคือ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจต้องไม่สะดุด โดยขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อไม่ให้เป็นภาระจนเกินไปต่อกลุ่มเปราะบาง แต่ก็จำเป็นต้องทำเพื่อดูแลไม่ให้เงินเฟ้อสร้างภาระเพิ่มเติมให้แก่ประชาชนและธุรกิจ

ตามด้วยงานศึกษา “กระแสดิจิทัลและความความยั่งยืน กับโอกาสยกระดับเศรษฐกิจการเงินภาคเหนือ” โดย ดร.ธนพร ศุภเศรษฐสิริ และ คุณอวิกา พุทธานุภาพ ธปท. สภน. นำเสนอภาพกระแสดิจิทัลและความยั่งยืนที่มาแรงและเร็วที่จะมากระทบเศรษฐกิจภาคเหนือ เป็นโอกาสในการยกระดับเศรษฐกิจภาคเหนือจากโครงสร้างที่ “กระจุกตัวและมูลค่าเพิ่มน้อย” ไปสู่ “เศรษฐกิจมูลค่าสูงและยั่งยืน” ผ่านการนำเสนอ 5 ภาพเศรษฐกิจในอนาคตที่อาจเป็นทางเลือกให้กับภาคธุรกิจ ได้แก่ เกษตรอัจฉริยะ อาหารแห่งอนาคต การผลิตที่มีมาตรฐานความยั่งยืน การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและเชิงสร้างสรรค์ โดยภาคการเงินจะเป็นตัวช่วยสำคัญที่สนับสนุนให้ภาคธุรกิจผ่านการดำเนินนโยบายสำคัญ 3 ด้าน 1) เปิดกว้างให้ภาคการเงินแข่งขันมากขึ้น เพื่อให้เกิดบริการที่หลากหลายและตอบโจทย์ผู้ใช้บริการ 2) พัฒนาระบบการเงินให้เอื้อต่อการทำธุรกิจดิจิทัลมากขึ้น และ 3) จัดทำแนวนโยบายด้านการเงินเพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจและครัวเรือนปรับตัวสู่ความยั่งยืน

และช่วงสุดท้าย เป็นการเสวนาหัวข้อ “สู่อนาคตธุรกิจยุคใหม่ ก้าวอย่างไรให้ยั่งยืน” โดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้แก่ ดร.องอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) และประธานกิตติมศักดิ์ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ คุณนิดา วงศ์พันเลิศ Managing Owner 137 Pillars Hotels & Resorts และ ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ โดยมี คุณนฤมล เวสารัชกิจ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและสื่อสารองค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินการ วิทยากรได้แลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ และตอบคำถามในประเด็นที่เกี่ยวกับอนาคตธุรกิจยุคใหม่ ภายใต้กระแสดิจิทัลและความความยั่งยืน โดยด้านอุตสาหกรรมมีความจำเป็นใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพและรักษาคุณภาพการผลิต ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีเข้าถึงง่ายและราคาถูกลงมาก รวมทั้งขยายผลสู่เกษตรอัจฉริยะเพื่อยกระดับผลผลิตต่อไร่ รวมทั้งควรกระจายตลาดเพื่อลดความเสี่ยงของธุรกิจ ด้านการท่องเที่ยวเห็นว่ากระแสการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นตลาดที่มีศักยภาพและเติบโตสูง ลูกค้ากลุ่มสหรัฐอเมริกาและยุโรปมีค่าใช้จ่ายต่อคนสูง ธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนา package ให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม ทั้งกิจกรรมและระยะเวลาที่พำนัก ในส่วนของภาคการศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีความพร้อมในการสนับสนุนภาคธุรกิจ โดยมีทุนวิจัยที่จะสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีให้ผู้ประกอบการ มีโครงการให้ความรู้แก่ startup ทั้งด้านการพัฒนาธุรกิจ การเงิน การตลาด เป็นต้น

ในประเด็นคำถามที่เกี่ยวกับ ธปท. เรื่องความเป็นไปได้การอุดหนุนอัตราดอกเบี้ยให้กับ SMEs นั้น เป็นประเด็นที่อาจส่งผลต่อการเข้าถึงสินเชื่อในอนาคต เพราะดอกเบี้ยที่ต่ำไปจะไม่สะท้อนความเสี่ยงที่แท้จริงของลูกหนี้ ธปท. จึงอยู่ระหว่างการผลักดันให้เกิดการคิดดอกเบี้ยให้สอดคล้องกับความเสี่ยงของลูกหนี้ (Risk-based pricing) โดยใช้ข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ที่จะมากับการพัฒนาด้านดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งสำหรับลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงสูง จะต้องใช้กลไกประกันความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปด้วย ในส่วนของแผนงานสำหรับภูมิภาคต่าง ๆ ของ ธปท. นั้น มีการจัดทำให้สอดคล้องกับทิศทางของสำนักงานใหญ่และประเทศในภาพรวม ซึ่งจะมุ่งเน้นการนำมาปฏิบัติได้จริงเป็นหลัก (https://www.bot.or.th/…/Spee…/Gov/BOTPolicyDirection.pdf) โดยล่าสุด ในปี 2565 ธปท. ได้เผยแพร่นโยบายภูมิทัศน์ทางการเงินไทยเพื่อเศรษฐกิจและการเติบโตอย่างยั่งยืน ที่เน้นการวางโครงสร้างพื้นฐานให้กับระบบการเงิน ในการสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัล การเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว การแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืน และการปรับกฎระเบียบเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจการเงินไทยด้วย นอกจากนี้ ผู้ร่วมสัมมนายังให้ความสนใจกับข้อมูลเศรษฐกิจการเงินของภูมิภาค ซึ่งบางส่วน ธปท. เผยแพร่อยู่แล้ว และหากมีการศึกษาเชิงลึกเพิ่มเติม จะดำเนินการเผยแพร่ต่อไป

#ธนาคารแห่งประเทศไทย#สัมมนาทางวิชาการ#ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย#SMEs#ภาคเหนือรายวัน#PhaknuaDaily

แท็ก คำค้นหา