ตั้งเป็นหน้าแรกของคุณ | ADD TO FAVORITES

นักเศรษฐศาสตร์ไทยเผย ความตกลง ‘RCEP’ หนุนการค้า-ลงทุนในภูมิภาค

  เมื่อ: วันอังคาร, มกราคม 11th, 2022, หมวด AEC HIGHLIGHTS, ข่าวทั่วไป, ข่าวเด่นวันนี้, ธุรกิจ, เศรษฐกิจ
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้จัดแสดงสินค้าจากไทยเข้าร่วมมหกรรมจีน-อาเซียน ครั้งที่ 18 ในนครหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน วันที่ 11 ก.ย. 2021)

นักเศรษฐศาสตร์ชาวไทยเปิดเผยว่าความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) จะเป็นตัวช่วยสนับสนุนการค้าและการลงทุนภายในภูมิภาค แม้ว่าโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ยังคงสร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

ความตกลงฯ ซึ่งเป็นความตกลงการค้าเสรีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบด้วย 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน ร่วมกับจีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2022 โดยประเทศสมาชิกครองสัดส่วนเกือบ 1 ใน 3 ของประชากรและผลิตภัณฑ์มวลรวมของโลก

ชินวุฒิ์ เตชานุวัตร์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ประจำศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (EIC) ของธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่าห่วงโซ่อุปทานข้ามพรมแดนในภูมิภาคจะเปรียบเสมือนห่วงโซ่อุปทานภายในกลุ่มประเทศสมาชิก ซึ่งเป็นไปตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าของความตกลงฯ ดังนั้นจึงมีส่วนช่วยส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในการผลิตและการค้าภายในภูมิภาค

มีการคาดการณ์ว่าความตกลงฯ จะยกเลิกการเก็บภาษีศุลกากรสำหรับสินค้ามากกว่าร้อยละ 90 โดยการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม ระบุว่าความตกลงฯ จะกลายเป็น “จุดศูนย์ถ่วงของการค้าโลก” โดยคาดว่าการลดหย่อนภาษีของความตกลงนี้จะกระตุ้นการส่งออกภายในภูมิภาคได้ถึง 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.4 ล้านล้านบาท)

ชินวุฒิ์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวว่าความตกลงฯ จะเสริมสร้างการบูรณาการห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค พร้อมชี้ว่า ปัญหาคอขวดของห่วงโซ่อุปทานที่มักเกิดจากการขาดแคลนทรัพยากรหรือชิ้นส่วนต่างๆ รวมถึงระยะเวลาจัดส่งที่ยาวนาน นั้น สามารถแก้ไขให้ดีขึ้นได้จากการมีแหล่งผลิตในท้องถิ่น และการอำนวยความสะดวกทางการค้าข้ามพรมแดนที่ดีขึ้น

นอกจากนั้น ปริมาณการค้าในระดับสูงจะนำมาซึ่งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในประเทศที่พัฒนาน้อยกว่า ที่ค่อนข้างขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐาน

ชินวุฒิ์เสริมว่าความตกลงฯ จะส่งเสริมอีคอมเมิร์ซและเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งจะมีความเกี่ยวข้องกันมากขึ้นในยุคหลังการระบาดใหญ่ ซึ่งไม่เพียงแต่จะส่งผลดีต่อการเติบโตทางการค้าและเศรษฐกิจ แต่ยังส่งเสริมความเท่าเทียมทางดิจิทัลและการแข่งขันที่เท่าเทียมกันมากขึ้น

ขณะเดียวกัน วิสาหกิจขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วงจากการระบาดใหญ่อาจกลับมาแข็งแกร่งขึ้นจากการที่สามารถเข้าถึงตลาดที่กว้างยิ่งขึ้นของความตกลงฯ ได้ง่ายยิ่งขึ้น

ที่มา สำนักข่าว xinhua ในความร่วมมือ สำนักข่าวภาคเหนือ

ติดตามข่าวสารอื่นๆได้ที่website : www.phaknuadaily.com

ฝากข่าวประชาสัมพันธ์ Email:phaknua56@gmail.com

#หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค#RCEP#การค้าเสรี#UNCTAD#จุดศูนย์ถ่วงของการค้าโลก#สำนักข่าวภาคเหนือ#xinhua

แท็ก คำค้นหา