ตั้งเป็นหน้าแรกของคุณ | ADD TO FAVORITES

ชาวไร่ยาสูบ ชุมนุมศาลากลางเชียงใหม่ให้ศูนย์ดำรงธรรมช่วยหวั่นหมดอาชีพ

  เมื่อ: วันพฤหัส, มิถุนายน 28th, 2018, หมวด AEC HIGHLIGHTS, Phaknua PR, ข่าวเด่นวันนี้, เขียนใหม่เป็นข่าว

1530170522890 1530170512497

ชาวไร่ยาสูบเชียงใหม่ หวั่นหมดอาชีพ ทำหนังสือยื่นร้องต่อศูนย์ดำรงธรรม จ.เชียงใหม่
สมาคพัฒนาชาวไร่บ่มเอง จังหวัดเชียงใหม่ และผู้ค้าใบสูบเชียงใหม่ และภาคียาสูบประเทศไทย เข้ายืนหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เรียกร้องให้รัฐบาล กระทรวงการคลัง ช่วยเหลือดูแลปัญหาและผลกระทบผู้ปลูกยาสูบทั่วประเทศ พร้อมทบทนเรื่องการงดรับชื้อใบยาสูบในฤดูกาลใหม่ เพราะจะส่งผลกระทบกับเกษตรกรชาวไร่ยาสูบทั้งประเทศ ทำให้ขาดรายได้ในการดำรงชีพ
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2561 เวลา 09.30 น. ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายขจรศักดิ์ เมฆขจร นายกสมาคมพัฒนาชาวไร่บ่มเอง จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยนายอรุณ โพธิตา ชมรมชาวไร่บ่มเอง จ.เชียงใหม่ นำชาวไร่ยาสูบที่ได้รับความเดือดร้อนจำนวนกว่า 300 คนได้เดินทางมายืนหนังสือถึงกระทรวงการคลัง ผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ สาเหตุเนื่องจากได้รับผลกระทบจากการประกาศไม่รับซื้อใบยาของการยาสูบฯ จนเกษตรกรชาวไร่ยาสูบ หวั่นขาดรายได้จาก อาชีพที่ทำ จากรุ่นสู่รุ่น จึงร้องขอให้กระทรวงการ คลังพิจารณาช่วยเหลือ โดยมีนายประจวบ กันธิยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์ดำรงธรรจังหวัดเชียงใหม่ มารับมอบหนังสือเพื่อยืนส่งต่อไปยังรัฐบาล กระทรวงการคลัง
นายอรุณ โพธิตา ชมรมชาวไร่บ่มเอง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ชาวไร่ยาสูบในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จำนนกว่า 300 ราย ซึ่งเป็นผู้ปลูกใบยาส่งให้กับการยาสูบแห่งประเทศไทย ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือที่ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอร้องให้กระทรวงการคลังให้ความช่วยเหลือชาวไร่กรณีที่ได้รับผลกระทบจากการที่การยาสูบฯ ประกาศจะ ไม่รับซื้อใบยาจากเกษตรกรในฤดูกาลนี้ ทำให้เกษตรกรผู้ปลูก ยาสูบรวม ไปถึงแรงงานในไร่ยาสูบและแรงงานที่เกี่ยวข้องในโรงบ่มใบยาหมดรายได้
ปัจจุบันผู้บ่มแรงงานในโรงบ่ม และชาวไร่ยาสูบในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีมากกว่า 10,000 คน ต่างกังวล กันว่าที่การยาสูบฯ ออกมาประกาศ ไม่รับซื้อใบยาโดยให้เหตุผลว่าไม่มีงบประมาณและมีสต๊อกเหลือคงค้างอีกเป็นจำนวนมาก เพราะยอดขายของ การยาสูบ ลดลงมากจากการปรับ โครงสร้างภาษีสรรพสามิตที่ผ่านมา ซึ่งทาง ชาวไร่ยาสูบ ได้เข้าพบกับการยาสูบฯ และกรมสรรพสามิตเพื่อชี้แจงผลกระทบ และนำเสนอทางออกหลายทางแต่ยังไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด จึงได้มารวมตัวกันเพื่อยื่นหนังสือผ่านศูนย์รงธรรม จังหวัดเชียงใหม่ ในครั้งนี้
นายขจรศักดิ์ เมฆขจร นายกสมาคมพัฒนาชาวไร่บ่มเอง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีผู้ปลูกยาสูบและชาวไร่บ่มเองที่ได้รับโคต้าการยาสูบ ส่งให้กับการยาสูบปีละ 2.22 ล้านกิโลกรัมและอาชีพการปลูกยาสูบทำต่อเนื่องกันมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษกว่า 70 ปี จึงเป็นอาชีพที่มั่นคงและ มีตลาดที่แน่นอนมีรายได้ค่อนข้างดี เมื่อเทียบกับการปลูกพืชชนิดอื่นๆเช่น ข้าว สับปะรด ฯลฯ ซึ่งราคามีความผันผวนซึ่งการงดรับซื้อใบยาสูบของการยาสูบเท่ากับเป็นการทำให้ชาวไร่และแรงงานที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมกว่าแสนคนในภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคอีสาน ต้องหมดอาชีพ และขาดรายได้ เราจึงอยากวิงวอนให้กระทรวงการคลังเข้ามาให้การช่วยเหลือ เพราะการไม่รับซื้อกระทันหันแบบนี้ ทำให้เกษตรกรเดือดร้อนหนัก เพราะปรับตัวไม่ทัน ไม่รู้จะหันไปประกอบอาชีพอะไรแทนดี จึงได้มาเรียกร้องทางกระทรวงการคลังให้การช่วยเหลือดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังหลังจากนั้น กลุ่มผู้ปลูกใบยาสูบ ในเชียงใหม่ ได้ยืนหนังสื่อผ่านนายประจวบ กันธิยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้มารับเรื่องแล้ว ทางกลุ่มชาวไร่ยาสูบ ได้เดินทางไปยังค่าย มทบ. 33 เพื่อยื่นหนังสืออีกครั้ง ขณะวันเดียวกันนี้ชาวไร่ยาสูบในจังหวัดต่างๆอาทิเชียงราย แพร่ น่าน พะเยา ลำปาง เพชรบูรณ์และ สุโขทัย ต่างก็รวมตัวกันเดินไปยื่นหนังสือที่ศูนย์ดำรงธรรมในแต่ละจังหวัดเพื่อขอให้กระทรวงการคลังหาแนวทางลดผลกระทบกับชาวไร่ยาสูบต่อไป.

แท็ก คำค้นหา